คำสั่ง SQL
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงใด ๆ ก็ตาม เมื่อจะติดต่อกับฐานข้อมูลจำเป็นต้องใช้คำสั่งของภาษา SQL เข้ามาร่วมด้วยเสมอ ภาษา SQL จึงเป็นภาษาสำหรับการจัดการฐานข้อมูลโดยเฉพาะคำสั่งเบื้องต้นที่จำเป็นต้องรู้ ได้แก่ คำสั่งสำหรับนิยามข้อมูล และคำสั่งสำหรับการจัดการข้อมูล ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงใด ๆ ก็ตาม เมื่อจะติดต่อกับฐานข้อมูลจำเป็นต้องใช้คำสั่งของภาษา SQL เข้ามาร่วมด้วยเสมอ ภาษา SQL จึงเป็นภาษาสำหรับการจัดการฐานข้อมูลโดยเฉพาะคำสั่งเบื้องต้นที่จำเป็นต้องรู้ ได้แก่ คำสั่งสำหรับนิยามข้อมูล และคำสั่งสำหรับการจัดการข้อมูล ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
1.คำสั่งที่ใช้ในการลบ
INDEX
คำสั่ง : ALTER TABLE table_name
DROP INDEX index_name;
ตัวอย่าง : CREATE INDEX person_index
ON person ( first_name, last_name );
ALTER TABLE person
DROP INDEX person_index;
2.คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง INDEX
คำสั่ง : CREATE INDEX index_name
ON table_name ( column_name_1, column_name_2, ...,
column_name_n );
ตัวอย่าง : CREATE INDEX person_index
ON person ( first_name, last_name );
3.คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อตาราง
คำสั่ง : RENAME table_old_name
TO
table_new_name;
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(
id int(11)
PRIMARY,
first_name varchar(50),
last_name varchar(50)
);
RENAME
person TO customer;
4.คำสั่งที่ใช้ในการลบตาราง
คำสั่ง : DROP TABLE table_name;
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(
id int(11)
PRIMARY,
first_name
varchar(50),
last_name
varchar(50)
);
DROP TABLE person;
5.คำสั่งที่ใช้ในการสร้างตาราง
คำสั่ง : CREATE TABLE table_name
( column_name_1 column_type,
column_name_2
column_type,
.....,
column_name_n
column_type);
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(id int(11) PRIMARY,
first_name
varchar(50),
last_name
varchar(50)
6.คำสั่งที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง
ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง ( query
)
คำสั่ง : SELECT [ ALL | DISTINCT | TOP
n ] column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n
FROM table_name
[ IN database_name ]
[ WHERE condition ]
[ GROUP BY column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n
]
[ HAVING condition ]
[ ORDER BY column_name_1 [ ASC | DESC ], ..., column_name_n
[ ASC | DESC ] ]
[ LIMIT m ];
ตัวอย่าง : SELECT DISTINCT country
FROM person
ORDER BY country;
ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง ดังนี้
ALL คือ เลือกทั้งหมดทุกแถว ( เป็นค่า default
)
DISTINCT คือ แสดงข้อมูลเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน
TOP n [ PERCENT ] คือ เลือกมา n แถวนับจากบนสุด
หรือเลือกมา ( (n * จำนวนแถวทั้งหมด ) / 100 ) แถว
LIMIT m คือ เลือกมา m แถวนับจากแถวบนสุด
( ถ้าใช้ ORDER BY RAND() LIMIT m คือเลือกมา m แถวแบบสุ่ม
)
ASC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากน้อยไปมาก
DESC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากมากไปน้อย
IN database_name ถ้าไม่กำหนดจะใช้ฐานข้อมูลปัจจุบันที่ติดต่ออยู่
7.คำสั่งที่ใช้ในการลบฐานข้อมูล
คำสั่ง : DROP DATABASE database_name;
ตัวอย่าง : DROP DATABASE labcode;
8.คำสั่งที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูล
คำสั่ง : CREATE DATABASE
database_name;
ตัวอย่าง : CREATE DATABASE labcode;
9.คำสั่ง UPDATE
คำสั่ง UPDATE ใช้ในประโยคคำสั่งสำหรับการปรับปรุงค่าในเรคคอร์ด
ไวยากรณ์
UPDATE tablename
SET fieldname = expression
WHERE [condition];
[ ] ตัวเลือก
UPDATE Authors SET [Year Born] = 1961 WHERE Author = ‘Frank
Whale’;
คำสั่ง INSERT INTO
คำสั่ง INERT INTO ใช้ในประโยคคำสั่งสำหรับการเพิ่มเรคคอร์ดใหม่
ไวยากรณ์
INERT INTO tablename [(fieldname1, fieldname2,...)]
VALUES (value1, value 2,...);
[ ] ตัวเลือก
หมายเหตุจำนวน value ต้องเท่ากับ
fieldname
INERT INTO Authors (Author, [Year Born] VALUES (‘Frank
Whale’, 1960);
ที่มา :http://www.widebase.net/database/sql/sqlquery/sqlquery12.shtml
ที่มา : http://code.function.in.th/sql
